ข้อมูลทั่วไป
      ทำเนียบเยาวชนตำบลสามเรือน
      สินค้าเกษตร
      สินค้าตำบลสามเรือน
      ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในสังกัด
      โลโก้ อบต.สามเรือน
      คำขวัญ อบต.สามเรือน
      ประวัติ อบต.
      สภาพทั่วไปและข้อมูลพื้นฐาน
      วิสัยทัศน์
      คณะผู้บริหารและสมาชิก
      ผู้ใหญ่บ้าน
      โครงสร้าง อบต.
      คณะผู้บริหาร
      สมาชิกสภา อบต.
      สำนักงานปลัด อบต.
      ส่วนการคลัง
      ส่วนโยธา
      ส่วนการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
      ส่วนสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม
      การดำเนินงานของอบต.
      กองทุนหลักประกันสุขภาพ อบต.สามเรือน
      มาตรฐานคุณธรรม จริยธรรม
      ประกาศ อบต.สามเรือน
      รายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี
      แผนการจัดการหาพัสดุ
      คำแนะนำการชำระภาษี
      งบแสดงรายรับ - รายจ่าย
      งบแสดงฐานะการเงิน
      แผนอัตรากำลังพนักงานจ้าง 4 ปี
      แผนอัตรากำลัง 3 ปี
      ข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี
      แผนพัฒนา 3 ปี
      แผนการดำเนินงาน
      แผนยุทธศาสตร์การพัฒนา อบต.
      รายงานประชุมสภา อบต.สามเรือน
      ข้อมูลสำหรับประชาชน
      ส่วนสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม
      สำนักงานปลัด อบต.
      ส่วนการคลัง
      ส่วนโยธา
      ส่วนการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
      กฏและระเบียบต่างๆ
      พระราชกฤษฎีกา
      คู่มือปฏิบัติงาน
      กฎระเบียบกระทรวง
      พระราชบัญญัติ
      การเบิกจ่ายและรักษาเงิน
      การตั้งงบประมาณ
      สถานที่สำคัญของตำบล
      ศูนย์การเรียนรู้ทางการเกษตรตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง
      สถานที่ท่องเที่ยวทางศาสนา
      สถานที่ราชการอื่น ๆ
    ร้องเรียน-ร้องทุกข์
     เจ้าหน้าที่ดูแลเว็บไซด์
 

[ การเบิกจ่ายและรักษาเงิน ] 
      

การรับเงิน 
        วิธีการ / ขั้นตอนการปฎิบัติ 
        1.1 การรับเงินทุกประเภทจะต้องออกใบเสร็จรับเงินให้แก่ ผู้ชำระเงินทุกครั้งภายในวันที่รับเงิน ยกเว้นรายได้บางประเภทที่มีการจำหน่ายเนียม ที่แบบพิมพ์ระบุจำนวนเงินไว้ และมีการควบคุมเล่มที่ เช่นเดียวกับใบเสร็จรับเงิน ก็ไม่ต้องออกใบเสร็จรับเงิน ซ้ำอีก
       
1.2 การเขียนใบเสร็จรับเงิน จะต้องเขียนให้ชัดเจนว่าได้รับเงินจากใคร เป็นค่าอะไร ระบุจำนวนเงินทั้งตัวเลขและตัวอักษรให้ตรงกัน พร้อมทั้งให้ผู้รับเงินลงลายมือชื่อ และวงเล็บชื่อพร้อมตำแหน่งไว้ด้วย หากมีการใบเสร็จรับเงินผิดพลาดห้ามขูดลบ แก้ไข เพิ่มเติม จำนวนเงินหรือชื่อผู้ชำระเงิน ให้ใช้วิธีฆ่าจำนวนเงินและเขียนใหม่ทั้งหมด และให้ผู้รับเงินลงลายมือชื่อกำกับไว้ หรือยกเลิกใบเสร็จรับเงินฉบับใหม่แทนก็ได้
      
1.3 การควบคุมและการใช้ใบเสร็จรับเงิน
          
( 1 ) การใช้ใบเสร็จให้ใช้เล่มเดียวรับเงินทุกประเภทเว้นแต่กรณีที่มี รายรับบางประเภท ซึ่งจะได้รับเป็นประจำและมีจำนวนมากราย จะแยก ใบเสร็จรับเงินเล่มหนึ่งต่างหาก สำหรับรับชำระเงินประเภทนั้นก็ได้ 
            ( 2 ) ให้จัดทำทะเบียนคุมใบเสร็จรับเงิน เพื่อควบคุมการรับและจ่ายใบเสร็จรับเงิน 
            ( 3 ) ใบเสร็จรับเงินแต่ละเล่มให้ใช้รับเงินภายในปีงบประมาณ เมื่อ ขึ้นปีงบประมาณใหม่ก็ให้ใช้ใบเสร็จเล่มใหม่ 
            ( 4 ) เมื่อสิ้นปีงบประมาณ ( 30 กันยายน ) ให้ทำการเจาะปรุใบเสร็จรับเงินที่ยังคงเหลือในเล่มที่ใช้ไม่หมด และจัดทำรายงานการใช้ใบเสร็จ เล่มใดเลขที่ใด มีใบเสร็จคงเหลือจำนวนเท่าใด เพื่อนำเสนอผู้บริหารท้องถิ่นทราบอย่างช้าไม่เกินเดือนตุลาคม ของปีงบประมาณถัดไป 
            ( 5 ) ให้หน่วยงานคลังเก็บรักษาใบเสร็จรับเงิน ซึ่งยังไม่ได้ตรวจสอบจากผู้มีอำนาจตรวจสอบไว้ในที่ปลอดภัย อย่าให้สูญหาย และเมื่อตรวจสอบแล้ว ก็ให้เก็บอย่างเอกสารธรรมดา
   
  
การเก็บรักษาเงิน 
           วิธีการ / ขั้นตอนการปฎิบัติ
        2.1 เมื่อสิ้นเวลารับเงินให้รวบรวมจำนวนเงินที่ได้รับในแต่ละวัน นำฝากธนาคารในวันนั้นไม่ทันให้เก็บรักษาใว้ใน ตู้นิรภัย และนำฝากธนาคารในวันถัดไป
       
2.2 วงเงินที่เก็บรักษาในตู้นิรภัยเก็บได้ไม่เกิน 2,000 บาท แต่สามารถขออนุมัติขยายวงเงิน ต่อผู้บริหารท้องถิ่นได้รวมไม่เกิน 8,000 บาท
       
2.3 การเก็บรักษาเงินในตู้นิรภัย ผู้บริหารท้องถิ่นจะต้องแต่งตั้งคณะกรรมการเก็บรักษาเงิน 3 คนประกอบด้วย หัวหน้าหน่วยงานคลัง 1 คน และพนักงานส่วนท้องถิ่น 2 คน
       
2.4 ก่อนที่จะเก็บรักษาเงินในตู้นิรภัย ให้คณะกรรมการเก็บรักษาเงินร่วมกันตรวจสอบเงิน และหลักฐานแทนตัวเงินกับรายงานเงินคงเหลือประจำวัน เมื่อปรากฎว่าถูกต้องแล้วให้นำเข้าเก็บรักษาในตู้นิรภัย และให้คณะกรรมการทุกคนลงลายมือในรายงานเงินคงเหลือประจำวันไว้เ ป็นหลักฐาน
       
2.5 หัวหน้าหนว่ยงานคลังนำเสนอรายงานเงินคงเหลือประจำวันผ่าน ปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและนำเสนอผู้บริหารท้องถิ่น ทราบทุกวัน
       
2.6 หากเงินที่กรรมการเก็บรักษาเงิน ได้รับมอบให้เก็บรักษาไม่ตรงกับรายงานเงินคงเหลือประจำวัน ให้คณะกรรมการเก็บรักษาเงิน และผู้ส่งเงินร่วมกันบันทึกจำนวนเงินที่ตรวจนับได้ ในรายงานเงินคงเหลือประจำวัน และลงลายมือชื่อกรรมการและผู้ส่งเงินเป็นหลักฐาน แล้วเก็บรักษาเงินไว้ในตู้นิรภัย และรายงานให้ปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทราบทันที เพื่อเสนอผู้บริหารท้องถิ่นสั่งการ
       
2.7 เมื่อได้เก็บรักษาเงินในตู้นิรภัย แล้วให้ลงบัญชีเงินสดและทะเบียนตามจำนวนเงินที่ได้รับ ในแต่ละวัน ยกเว้นกรณีได้รับเงินหลังปิดบัญชี คือหลังจากเวลา 15.30 น. ก็ให้นำรายการนั้นมาลงบัญชีในวันทำการถัดไป โดยให้หมายเหตุหลังสำเนาใบเสร็จรับเงินว่า ได้รับเงินหลังปิดบัญชี
    
   การรับ - ส่งเงิน 
           วิธีการ / ขั้นตอนการปฎิบัติ
        3.1 การนำเงินฝากธนาคารหรือถอนจากธนาคารในแต่ละวัน หากเป็นเงินสดเกิน 30,000 บาท หรือธนาคารอยู่ห่างไกลหรือไม่ปลอดภัย ให้ผู้บริหารท้องถิ่นแต่งตั้งคณะกรรมการรับหรือส่งเงิน ซึ่งเป็นพนักงานส่วนท้องถิ่น ตั้งแต่ระดับ 3 ขึ้นไปจำนวน 2 คน เพื่อรับผิดชอบ โดยให้มีหลักฐาน การรับ - ส่งเงินระหว่างผู้มอบ หรือผู้รับมอบเงิน
กับกรรมการผู้นำส่ง หรือผู้รับไว้ทุกครั้ง และให้รายงานผู้บริหารท้องถิ่นทราบทุกครั้ง 
    
   การเบิกเงิน 
           วิธีการ / ขั้นตอนการเบิกจ่ายเงิน

      กรณีที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ดำเนินการจัดซื้อหรือจัดจ้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว หรือหากมีค่าใช้จ่ายประจำที่จะต้องเบิกจ่ายเงิน ให้ดำเนินการวางฎีกาโดยมีขั้นตอนการเบิกจ่ายเงิน ดังนี้ 
     ในการเบิกเงิน ให้หัวหน้าหน่วยงานเจ้าของงบประมาณวางฎีกาเบิกเงินกับหน่วยงานค ลัง เมื่อหน่วยงานคลังตรวจสอบฎีกาแล้วจะนำเสนอฎีกาพร้อมใบถอนเงิน และ เช็คให้ (บริหารท้องถิ่นอนุมัติฎีกาแล้วให้จ่ายเงิน ให้กับเจ้าหนี้หรือผู้มีสิทธิ์รับเงิน เอกสารประกอบฎีกา ในการวางฎีกาให้ใช้แบบฟอร์มฎีกา ตามที่กรมการปกครองกำหนด โดยจะต้องแนบเอกสารประกอบฎีกา ตามหนังสือกรมการปกครอง ที่ มท 0313.4 / ว 28881 ลงวันที่ 28 ธันวาคม 2541 ดังนี้
     
ก.เอกสารประกอบฎีกาเบิกเงินตามงบประมาณรายจ่าย 
      
1. กรณีเป็นค่าซื้อทรัพย์สินหรือจ้างทำของให้มีเอกสารประกอบฎีกา ดังนี้
         1.1 สัญญาซื้อทรัพย์สินหรือจ้างทำของ หรือเอกสารอื่นอันเป็นหลักฐานแห่งหนี้ เช่นหลักฐานการสั่งซื้อหรือสั่งจ้าง
         1.2 ใบแจ้งหนี้ หรือใบมอบทรัพย์สินหรือมอบงาน
         1.3 เอกสารการแสดงการตรวจรับทรัพย์สินหรือตรวจรับงาน กรณีที่เป็นค่าซื้อที่ดิน ให้แนบสัญญาซื้อจะขายหรือสัญญาซื้อ ขายประกอบฎีกาด้วย 
     
 2. กรณีที่เป็นเงินเดือน ค่าจ้างประจำ เงินประจำตำแหน่ง ให้มีเอกสารประกอบฎีกา ดังนี้
         2.1 บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ์รับเงิน
         2.2 ใบแทรกฎีกาเงินเดือน
         2.3 ใบแนบฎีกาแสดงรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย
         2.4 กรณีเบิกเดือนแรกของปีงบประมาณให้แนบคำสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือน ประกอบด้วย
         2.5 การเบิกเงินเดือนกรณีปรับวุฒิ หรือเลื่อนระดับแนบคำสั่งปรับวุฒิ หรือคำสั่งเลื่อนระดับประกอบ 
      
3. กรณีเป็นค่าป่วยการ หรือค่าตอบแทนเงินบำนาญ ให้มีเอกสารประกอบฎีกา ดังนี้
         3.1 บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิรับเงิน
      
4. กรณีเป็นค่าสาธารณูปโภค ให้มีเอกสารประกอบฎีกา ดังนี้
         4.1 ใบแจ้งหนี้
         4.2 หลักฐานการนำส่ง เช่น ใบนำไปรษณีย์
         4.3 กรณีจ่ายเงินทดลองไปก่อนให้ใช้เสร็จรับเงินแนบด้วย
      
5. กรณีเป็นเงินสวัสดิการประเภทค่ารักษาพยาบาล เงินช่วยเหลือการศึกษาบุตร ค่าเช่าบ้านให้มีเอกสารประกอบฎีกา ดังนี้ 
         5.1 แนบใบเบิกเงินสวัสดิการของแต่ละประเภท
         5.2 ใบเสร็จรับเงิน
      
6. กรณีเป็นเงินประเภทค่าอาหารทำการนอกเวลาราชการ ให้มีเอกสารประกอบฎีกา ดังนี้
         6.1 หนังสืออนุมัติให้ปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ
         6.2 คำสั่งแต่งตั้งผู้ปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ
         6.3 บัญชีเวลาการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ
         6.4 หลักฐานการจ่ายเงินตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ
      
7. กรณีเป็นเงินสวัสดิการประเภทค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ ให้มีเอกสารประกอบฎีกา ดังนี้
         7.1 หนังสือหรือคำสั่งให้เดินทางไปราชการ
         7.2 รายงานการเดินทางไปราชการ
         7.3 หลักฐานการจ่ายเงิน เช่น ใบเสร็จรับเงินใบ Folio ตั๋วเครื่องบิน ใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน
         7.4 งบหน้าค่าเบี้ยเลี้ยง และค่าเช่าที่พัก
         7.5 งบหน้าค่าพาหนะ
      
วิธีการ / ขั้นตอนการปฎิบัติ
       ข.เอกสารประกอบฎีกาเบิกเงินนอกงบประมาณรายจ่าย
      
1. กรณีเป็นการยืมเงินทดลองราชการ ให้มีเอกสารประกอบฎีกา ดังนี้
           1.1 สัญญายืมเงิน หรือใบยืม
           1.2 หลักฐานซึ่งแสดงว่าเป็นผู้มีหน้าที่ต้องปฏิบัติงานนั้น เช่น  คำสั่งให้เดินทางไปราชการ
      2. กรณีเป็นการยืมเงินสะสม ให้มีเอกสารประกอบฎีกา ดังนี้
           2.1 สัญญายืมเงิน หรือใบยืม
           2.2 กรณีการยืมเงินสะสมที่ต้องได้รับอนุมัติจากสภาท้องถิ่น ให้มีรายงานการประชุมประกอบ
           2.3 การยืมเงินสะสมกรณีฉุกเฉินที่มีสาธารณภัย ให้มีหนังสือที่ผู้ว่าราชการจังหวัด ได้กำหนดวงเงินในการยืมไว้
     
3. กรณีเป็นเงินประกันสัญญา เงินประกันซอง ให้มีมีเอกสารประกอบฎีกาดังนี้
           3.1 หนังสือแจ้งความประสงค์ขอเบิกเงินของผู้รับจ้าง
           3.2 ใบเสร็จรับเงินประกันสัญญา หรือเงินประกันซองแล้วแต่กรณี
     
4. กรณีเป็นเงินรับฝากภาษีหัก ณ ที่จ่าย ให้มีเอกสารประกอบฎีกา ดังนี้
           4.1 แบบยื่นรายการภาษีเงินได้ หัก ณ ที่จ่าย ( ตามประเภทเงิน )
     
5. กรณีเป็นเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ เงินอุดหนุนจากกระทรวง ทบวง กรม และหน่วยงานอื่นใด เงินกู้ เงินจ่ายขาดจากเงินสะสมในเรื่องเอกสารประกอบฎีกา ให้ถือปฏิบัติตามหนังสือกรมการปกครอง ด่วนมาก ที่ มท 0313.4 / ว 2231 ลงวันที่ 29 กันยายน 2541 ดังนี้
           5.1 เงินอุดหนุนเฉพาะกิจ เงินอุดหนุนจากกระทรวง ทบวง กรมและหน่วยงานอื่น นอกจากเอกสารประกอบฎีกาปกติแล้ว ให้แนบใบอนุมัติเงินประจำงวดด้วย
           5.2 เงินกู้ ให้แนบสำเนาสัญญากู้เงินประกอบฎีกาด้วย
           5.3 เงินจ่ายขาดจากเงินสะสม ให้แนบสำเนารายงานการประชุมสภาท้องถิ่นด้วย 
     
   การถอนเงิน 
          ผู้มีอำนาจลงนามในใบถอนระเบียบ ฯ กำหนดผู้มีอำนาจลงนามในใบถอนไว้ดังนี้ 
        
1. องค์การบริหารส่วนจังหวัด เป็นอำนาจนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดที่ได้รับมอบหมาย กับ ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหรือผู้ได้รับมอบหมาย ที่มีตำแหน่งไม่ต่ำกว่าหัวหน้าหน่วยงาน
       
2. เทศบาลเป็นอำนาจของนายกเทศมนตรีหรือเทศมนตรีผู้ได้รับมอบหมาย กับ ปลัดเทศบาล หรือผู้ได้รับมอบหมายที่มีตำแหน่งไม่ต่ำกว่าหัวหน้าหน่วยงาน ลงลายมือชื่อถอนร่วมกัน
       
3. องค์การบริหารส่วนตำบล เป็นอำนาจของ ประธานกรรมการบริหารหรือกรรมการบริหารผู้ได้รับมอบหมาย กับปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายที่มีตำแห น่งไม่ต่ำกว่าหัวหน้าหน่วยงานลงลายมือชื่อถอนร่วมกัน
       
   การเบิกตัดปี 
              วิธีการ / ขั้นตอนการปฎิบัต
ิ 
    โดยปกติการเบิกจ่ายเงิน ให้กระทำภายในปีงบประมาณยกเว้นกรณีที่ สามารถเบิกจ่ายได้ทันก็ให้ผู้บริหารท้องถิ่นอนุมัติให้
 เบิกตัดปีได้อีก ไม่เกินระยะเวลาของปีงบประมาณถัดปี สำหรับเงื่อนไขของการเบิกตัดปีมีดังนี้
      1. องค์กรปกครองท้องถิ่นต้องก่อหนี้ผูกพันไว้ก่อนสิ้นปีงบประมาณ
     
2. เป็นรายจ่ายงบกลาง หมวดค่าตอบแทน ใช้สอยและวัสดุ เฉพาะรายจ่ายที่เกี่ยวกับการบำรุงดูแลรักษาที่ดิน และสิ่งก่อสร้าง หมวดค่าครุภัณฑ์ ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง
    
3. ต้องปรากฎว่า ได้มีการทำสัญญากันไว้เรียบร้อยแล้ว และมีกำหนดการสิ้นสุดแห่งสัญญา ไม่เกินเดือนกันยายนของปีงบประมาณใหม่
    
4. ให้วางฎีกาเบิกตัดปี ตามแบบที่กรมการปกครองกำหนด ก่อนวันสิ้นปีอย่างน้อย 30 วัน เว้นแต่มีเหตุผลสมควร ผู้บริหารท้องถิ่นอาจพิจารณาอนุมัติให้ขยายเวลา ยื่นขอเบิกตัดปีได้ไม่เกินวันทำการสุดท้ายของปีนั้น
        
กรณีจำเป็นต้องเบิกตัดปี แต่ยังมิได้ก่อหนี้ผูกพันให้ขออนุมัติผู้ว่าราชการจังหวัด สำหรับองค์การบริหารส่วนตำบล
ต้องขออนุมัตินายอำเภอ
        
หากโครงการใดเบิกตัดปีไว้ แล้วแต่ไม่สามารถเบิกจ่ายได้ทันภายในระยะเวลาที่ขอเบิกตัดปีไว้ ให้ขออนุมัติต่อสภาท้องถิ่นให้ขยายเวลาเบิกตัดปีออกไปอีก 
       
  การตรวจ และอนุมัติฎีกา 
              วิธีการ / ขั้นตอนการปฎิบัติ
     7.1 การตรวจฎีกา ระเบียบกำหนดให้หัวหน้าหน่วยงานคลังหรือเจ้าหน้าที่การเงินเป็น ผู้ตรวจฎีกา โดยจะต้องตรวจในสาระสำคัญ ดังนี้
             1. มีลายมือชื่อของผู้เบิกถูกต้องตามตัวอย่าง
             2. มีหนี้ผูกพัน หรือมีความจำเป็นที่จะต้องจ่ายเงิน กับถึงกำหนดหรือใกล้จะถึงกำหนดที่จะต้องจ่ายเงิน
             3. มีเงินงบประมาณเพียงพอรายการถูกต้องตรงกับหมวด และ ประเภทในงบประมาณหรือมีคำสั่งอนุมัติของผู้ว่าราชการจังหวัด
             4. มีเอกสารประกอบฎีกาครบถ้วนถูกต้อง
    
7.2 กรณีที่ตรวจสอบฎีกาแล้วพบว่าฎีกาไม่ถูกต้องในสาระสำคัญ ให้แจ้งผู้เบิกแก้ไข ถ้าผู้เบิกไม่แก้ไขภายใน 3 วันทำการนับจากวันที่ได้รับทราบให้ผู้ตรวจฎีกาคืนฎีกา
    
7.3 ฎีกาเบิกเงินเพื่อจ่ายเป็นค่าทรัพย์สินหรือจ้างทำของ ในกรณีที่ไม่มีเหตุทักท้วง ให้เสนอขออนุมัติให้เสร็จสิ้นภายใน 7 วันทำการถัดจากวันรับฎีกา แต่ในกรณีที่มีเหตุทักท้วงให้ดำเนินการเสนออนุมัติ ให้เสนอขออนุมัติให้เสร็จภายใน3 วันทำการถัดจากวันที่ผู้เบิกได้แก้ไขถูกต้องแล้ว
    
7.4 เมื่อตรวจสอบฎีกาเรียบร้อยแล้ว ให้ลงลายมือชื่อในหน้าฎีกาในช่องผู้ตรวจฎีกา แล้วรวบรวมฎีกาพร้อมเอกสารประกอบฎีกา และใบถอนพร้อมทั้งเช็คนำเสนอ ให้ผู้บริหารท้องถิ่นอนุมัติและลงนามในใบถอนและเช็ค 
       
   การจ่ายเงิน 
               ขั้นตอนการเบิกจ่ายเงิน
         ตามระเบียบ ฯ ได้กำหนดไว้ว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะจ่ายเงินหรือก่อหนี้ผูกพัน ได้แต่เฉพาะที่กฏหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งกระทรวงมหาดไทยกำหนดไว้
       
หากมีการจ่ายเงิน ไม่ถูกต้อง ไม่ปลดเปลื้องความรับผิดชอบของเจ้าของงบประมาณ ผู้ตรวจฎีกา ผู้อนุมัติฎีกาและผู้จ่ายเงินที่จะต้องชดใช้เงินคืนจนครบถ้วน
      
หลักเกณฑ์การจ่ายเงิน การจ่ายเงินให้จ่ายเป็นเช็ค ซึ่งวิธีการเขียนเช็คสั่งจ่ายเงิน กรมการปกครองได้กำหนดหลักเกณฑ์ไว้แล้ว ตามหนังสือกรมการปกครอง ที่ มท 0313.4 / ว 2131 ลว. 17 กันยายน 2541 ดังนี้
       หลักเกณฑ์การเขียนเช็คสั่งจ่ายเงิน
       1. การจ่ายเงินตามสิทธิ เขียนเช็คสั่งจ่ายได้ 2 วิธีคือ
           1.1 สั่งจ่ายในนามผู้มีสิทธิรับเงินและขีดฆ่า คำว่า หรือตามคำสั่ง หรือ  หรือผู้ถือออก 

           1.2 กรณีมีความจำเป็นต้องสั่งจ่ายเพื่อขอรับเงินสดมาจ่าย ให้ขออนุมัติผู้บริหารท้องถิ่น เขียนเช็คสั่งจ่ายในนามคณะกรรมการรับเงิน และขีดฆ่า คำว่า หรือตามคำสั่ง หรือ หรือผู้ถือออก
      
2. การจ่ายเงินให้เจ้าหนี้ ในกรณีซื้อหรือเช่าทรัพย์สิน หรือจ้างทำของ หรือกรณีอื่น ๆ ให้เขียนเช็คสั่งจ่ายได้ 2 วิธีคือ
           2.1 สั่งจ่ายในนามเจ้าหนี้ หรือคู่สัญญาโดยตรงและขีดฆ่า คำว่า หรือตามคำสั่ง หรือ หรือผู้ถือ ออก และขีดคร่อมด้วย
         
2.2 กรณีวงเงินที่จะต้องจ่ายต่ำกว่า 5,000 บาทหากมีความจำเป็นต้องสั่งจ่าย เพื่อขอเงินสดมาจ่ายให้ขออนุมัติผู้บริหารท้องถิ่น เขียนเช็คสั่งจ่ายในนาม คณะกรรมการการรับเงิน และขีดฆ่า คำว่า " หรือตามคำสั่ง" หรือ " หรือผู้ถือ" ออก 
       3. การเขียนเช็คสั่งจ่ายทุกกรณี ห้ามเขียนเช็คสั่งจ่าย "เงินสด"
         
การมอบฉันทะในการรับเงิน
      กรณีผู้มีสิทธิรับเงิน ไม่สามารถรับเงินด้วยตัวเองได้ จะมอบผู้อื่นรับเงินแทนก็ได้ โดยกรมการปกครองได้กำหนดหลักเกณฑ์ การเขียนเช็คกรณีมอบฉันทะและกำหนดแบบ ใบมอบฉันทะไว้แล้ว ตามหนังสือกรมการปกครองดังกล่าวไว้ ดังนี้
       
1. กรณีผู้มีสิทธิรับเงินไม่สามารถมารับเงินด้วยตนเอง และมอบฉันทะให้ผู้อื่นมารับแทน เขียนเช็คสั่งจ่ายได้ 2 วิธี คือ
           1.1 ให้เขียนเช็คสั่งจ่ายในนามผู้มอบฉันทะ
           1.2 เขียนเช็คสั่งจ่ายในนามผู้รับมอบกรณีผู้มอบแสดงความประสงค์
       
 2. กรณีการจ่ายให้เจ้าหนี้ และมีการมอบฉันทะให้ผู้อื่นมารับแทน ให้เขียนเช็คสั่งจ่ายในนามผู้มอบเท่านั้น

           หลักฐานการจ่ายเงิน
      1. เมื่อมีการจ่ายเงินให้แก่ผู้รับเงินทุกรายการ ให้บันทึกการจ่ายเงินนั้นไว้ในบัญชีเงินสวด หรือบัญชีเงินฝากธนาคาร หรือทะเบียนอื่นใดในวันที่จ่ายเงินนั้น
     
2. การจ่ายเงินจะต้องมีหลักฐานการจ่ายเงินโดยผู้รับเงิน จะต้องมีหลักฐานการจ่ายเงินโดย ผู้รับเงิน ต้องออกใบสำคัญคู่จ่ายให้แก่ผู้จ่ายเงินทุกครั้ง สำหรับใบสำคัญคู่จ่าย ที่เป็นใบเสร็จรับเงิน ซึ่งผู้รับเงินออกให้อย่างน้อยจะต้องมีรายการดังต่อไปนี้
          
1. ชื่อ สถานที่อยู่ หรือที่ทำการของผู้รับเงิน
           2. วัน เดือน ปีที่รับเงิน
           3. รายการแสดงการรับเงินระบุว่าเป็นค่าอะไร
           4. จำนวนเงินทั้งตัวเลขและตัวอักษร
           5. ลายมือชื่อพร้อมทั้งตัวบรรจงชื่อและสกุลชื่อสกุลของผู้รับเงิน
     
ถ้าผู้รับเงิน ลงลายมือชื่อไม่ได้ ให้ใช้ลายพิมพ์นิ้วมือ ห้ามมิให้ใช้แกงใด หรือเครื่องหมายอื่น แทนการลงลายมือชื่อ และให้ผู้จ่ายเงินลงลายมือชื่อรับรองการจ่ายพร้อมทั้ง มีชื่อสกุลตัวบรรจง กำกับไว้ในหลักฐานการจ่ายเงิน
     
3. การจ่ายเงิน ถ้าผู้มีสิทธิรับเงินไม่สามารถรับเงินด้วยตนเอง จะมอบฉันทะให้ผู้อื่นเป็นผู้รับแทนก็ได้โดยได้รับอนุญาต จากหัวหน้าหน่วยงานคลัง
     
4. การจ่ายเงินรายใดซึ่งตามลักษณะไม่อาจเรียกใบเสร็จรับเงิน จากผู้ชำระได้ ให้ผู้จ่ายเงินทำใบรับรองการจ่ายเงิน โดยบันทึกชี้แจงเหตุผลไม่อาจเรียกใบเสร็จรับเงินได้
     
5. การจ่ายเงินต่อไปนี้ให้ผู้จ่ายเงินทำใบรับรองการจ่ายเงินโดยไม่ ต้องทำบันทึกชี้แจงเหตุผล
           5.1 การจ่ายเงินรายหนึ่ง ๆ เป็นจำนวนไม่ถึงสิบบาท
           5.2 การจ่ายเงินค่ารถ หรือเรือนั่งรับจ้าง
           5.3 การจ่ายเงินเป็นค่าโดยสารรถไฟ รถยนต์ประจำทาง หรือเรือยนต์ประจำทาง
     
6. หากใบสำคัญคู่จ่ายที่เป็นใบเสร็จรับเงินสูญหาย มีวิธีปฏิบัติดังนี้
           6.1 ให้ใช้สำเนาใบเสร็จรับเงิน ซึ่งผู้รับเงินรับรองแทนก็ได้
           6.2 ถ้าไม่อาจขอสำเนาใบเสร็จรับเงินได้ให้ผู้จ่ายเงิน ทำใบรับรองการจ่ายเงินโดยชี้แจงเหตุผล พร้อมทั้งรับรองว่ายังไม่เคย นำใบสำคัญคู่จ่ายมาเบิกจ่าย และหลักฐานการแจ้งความใบสำคัญคู่จ่ายหายจากพนักงานเจ้าหน้าที่ และถ้าหากค้นพบภายหลังก็จะไม่สามารถนำมาเบิกจ่ายได้อีกเพื่อ เสนอขออนุมัติผู้ว่าราชการจังหวัดเมื่อได้รับอนุมัติแล้ว ให้ใช้ใบรับรองนั้นเป็นใบสำคัญคู่จ่ายได้ 
     
 สำหรับ องค์การบริหารส่วนตำบลให้ขออนุมัตินายอำเภอ หรือปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอ ห้ามมิให้ผู้มีหน้าที่จ่ายเงินเรียกใบสำคัญคู่จ่าย หรือให้ผู้รับเงินลงลายมือชื่อรับเงิน ในหลักฐานการจ่ายเงินโดยที่ยัง ไม่ได้มีการจ่ายเงินให้แก่เจ้าหน้าที่หรือผู้มีสิทธิรับเงิน
     
7. การเก็บรักษาหลักฐานการจ่ายเงิน ซึ่งสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ยังไม่ได้ตรวจสอบให้เก็บไว้ในที่ปลอดภัย อย่าให้สูญหายหรือเสียหายได้ และเมื่อได้ตรวจสอบแล้วก็ให้เก็บรักษาอย่างเอกสารธรรมดา 
    
   การจ่ายเงินยืม 
           วิธีการ / ขั้นตอนการปฎิบัติ
        การจ่ายเงินยืมกรณีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมี ความจำเป็นต้องยืมเงินองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อทดลองจ่ายมีเงื่อนไขและวิธีปฏิบัติดังนี้
       
1. รายการที่จะยืมจะต้องตั้งไว้ในงบประมาณรายจ่ายประจำปี
       
2. ผู้ยืมจะต้องทำสัญญาการยืมเงินและรับรองว่าจะปฏิบัติตามระเบียบ ฯ ที่กำหนดไว้สำหรับเรื่องนั้น และจะนำใบสำคัญคู่จ่ายพร้อมเงินทั้งเหลือจ่ายส่งคืนตามกำหนด ถ้าไม่ส่งตามกำหนดก็จะชดใช้เงิน หรือยินยอมให้หักเงินเดือน หรือเงินอื่นใดที่พึ่งพึงจะได้รับจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรณีที่ผู้ยืมไม่มีเงินใดๆที่จะได้รับจากองค์กรปกครองส่วนท้องถ ิ่นให้ผู้ยืมหา 
หลักทรัพย์มาวางเป็นประกัน หรือหาบุคคลที่มีหลักฐานมาทำสัญญาค้ำประกันไว้
       
3. ผู้ยืมจะต้องไม่มีเงินยืมค้างชำระและให้ยืมได้เฉพาะ ผู้มีหน้าที่ต้องปฏิบัติงานนั้นๆให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และห้ามยืมแทนกัน
       
4.เมื่อเจ้าหน้าที่ ได้ตรวจสอบสัญญายืมเงินแล้วปรากฏว่าถูกต้องเป็นไปตามเงื่อนไขข้ อ 1 - 3 ให้นำเสนอผู้บริหารส่วนท้องถิ่นอนุมัติ และวางฎีกาเบิกเงินให้กับผู้ยืม
       
5. การขนส่งใช้เงินยืมให้หัวหน้าหน่วยงานคลังปฏิบัติดังนี้
             5.1 หมายเหตุจำนวนเงินและวัน เดือน ปีที่ส่งใช้
             5.2 ต้องเก็บรักษาใบยืมเป็นเอกสารสำคัญ
             5.3 ถ้ารับคืนเป็นเงินสด ให้ออกใบเสร็จรับเงินให้ผู้ยืมไว้เป็นหลักฐาน
             5.4 ให้บันทึกรายการส่งใช้เงินยืมในทะเบียนเงินยืม โดยให้ผู้ยืมลงชื่อในทะเบียนเงินยืม
       
 6. เงินที่ยืมไปให้ผู้ยืมส่งใบสำคัญและเงินเหลือจ่าย ( ถ้ามี ) ภายในระยะเวลา ดังนี้
             6.1 กรณีเดินทางไปประจำต่างสำนักงานหรือเดินทางกลับภูมิลำเนาเดิมให ้ส่งใช้ภายในสามสิบวันนับจากวันที่ได้รับเงิน
              6.2 กรณีเดินทางไปราชการอื่น ให้ส่งภายในสิบห้าวันนับจากวันกลับมาถึง 
              6.3 การยืมเงินเพื่อปฏิบัติราชการอื่น ให้ส่ง xxxxxxxxxxxxxx
       
7. หัวหน้าหน่วยงานคลังมีหน้าที่ตรวจสอบทะเบียนเงินยืม และเร่งรัดให้ส่งใช้เงินยืม ในกรณีที่ผู้ยืมพ้นจากตำแหน่ง 
     
  8. เมื่อครบกำหนดส่งใช้เงินยืมแต่ผู้ยืมยังไม่ชดใช้เงินยืม ผู้บริหารท้องถิ่นมีอำนาจสั่งการ ให้ผู้ค้างชำระเงินยืม ส่งใช้ภายในกำหนดเวลาตามสมควรอย่างช้าไม่เกิน30 วัน
      
9. ถ้าผู้บริหารท้องถิ่นได้อนุมัติให้ผู้ใดยืมเงินไปโดยฝ่าฝืนหรือ ขัดต่อระเบียบ ผู้อนุมัติให้ยืมและผู้ยืมจะต้องร่วมกันผิดชอบชดใช้เงิน ที่ยืมผิดระเบียบคืนแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจนครบถ้วน
      
  เงินสะสม 
             วิธีการ / ขั้นตอนการปฎิบัติ
      เงินสะสม เป็นเงินที่เหลือจ่ายในแต่ละปีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเก็บสะสมไว้ทุกปีเพื่อไว้สำรองจ่ายในกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีวิธีการใช้จ่ายเงินสะสม 3 วิธี ดังนี้
     
1. การยืมเงินสะสม มีหลักเกณฑ์ คือ
           1.1 ต้องเป็นกรณีจำเป็นเร่งด่วน และเป็นกิจการที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
           1.2 กรณีฉุกเฉินที่มีสาธารณภัย ให้ยืมเงินสะสมได้ตามวงเงินที่ผู้ว่าราชการจังหวัดกำหนด
           1.3 กรณีที่มีการรับโอน เลื่อนระดับ เลื่อนขั้นเงินเดือน พนักงานส่วนท้องถิ่น หรือกรณีพนักงานหรือลูกจ้างมีสิทธิไดรับเงินอื่น ในระหว่างปีงบประมาณ แต่ไม่ได้ตั้งงบประมาณไว้ 
     
 การยืมเงินสะสม ตามข้อ 1.1 ต้องได้รับอนุมัติจากสภาท้องถิ่นจึงดำเนินการได้ ส่วนกรณีตามข้อ 1.2 และ1.3 ผู้บริหารส่วนท้องถิ่นสามารถอนุมัติให้ยืม ได้โดยไม่ต้องผ่านสภาท้องถิ่น
         
1.4 ก่อนที่จะนำเสนอเรื่องการยืมเงินสะสม จะต้องตรวจสอบยอดเงินสะสมคงเหลือ และกันไว้สำรองจ่ายเป็นเงินเดือน ค่าจ้างค่าตอบแทน 3 เดือนก่อน จึงสามารถนำยอดเงินสะสมคงเหลือไปประกอบการพิจารณาให้ยืม 
           1.5 เมื่อได้รับอนุมัติให้มีการยืมเงินสะสมแล้ว ให้จัดทำใบยืมเงินสะสม โดยให้ปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ลงนามยืม แล้วนำเสนอให้ผู้บริหารท้องถิ่นอนุมัติ 
           1.6 ให้วางฎีกาเงินนอกงบประมาณเบิกจ่ายเงินสะสมตามจำนวน ที่จะต้องจ่ายจริงหรือเมื่อถึงกำหนดเวลาที่ต้องจ่ายเงิน 
           1.7 ยอดเงินสะสมที่ได้รับอนุมัติให้ยืมดังกล่าว จะต้องนำไปตั้งงบประมาณชดใช้เงินยืม ให้ครบถ้วนในคราวตรางบประมาณรายจ่ายครั้งต่อไป หรือในปีงบประมาณถัดไป
     
2. การนำเงินสะสมไปทดลองจ่าย มีหลักเกณฑ์ คือ
           2.1 เมื่องบประมาณรายจ่ายประจำปีอนุมัติแล้วแต่ในระยะ 3 เดือนแรกของปีงบประมาณ ( ตุลาคม - ธันวาคม ) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่สามารถจัดเก็บรายได้เพียงพอ ที่จะดำเนินการตามงบประมาณ           
          2.2ให้นำเงินสะสมไปทดลองจ่ายได้ เฉพาะรายจ่ายในหมวดเงินเดือน และค่าจ้างประจำหมวดค่าจ้างชั่วคราว หมวดค่าตอบแทน ใช้สอยและวัสดุ และหมวดสาธารณูปโภค การนำเงินสะสมไปทดลองจ่ายให้กระทำเฉพาะ 3 เดือนแรกของปีงบประมาณเท่านั้น เนื่องจากเป็นการเบิกเงินสะสมโดยใช้ฎีกาเงินงบประมาณรายจ่าย และเมื่อรายได้เข้าก็จะทดแทนเงินสะสมที่เบิกไป

       หลักฐานการจ่ายเงิน
      3. การจ่ายขาดเงินสะสม โครงการที่จะจ่ายขาดเงินสะสมได้ ต้องมีลักษณะข้อใดข้อหนึ่ง ดังนี้
           3.1 เพื่อดำเนินกิจการซึ่งอยู่ในอำนาจหน้าที่ของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
           3.2 กิจการที่เกี่ยวกับการบริหารกิจการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
           3.3 กิจการซึ่งจัดทำเพื่อวางโครงการสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่ ใช้เป็นสาธารณประโยชน์
           3.4 กิจการที่เป็นการเพิ่มพูนรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
           3.5 กิจการที่จัดทำเพื่อบำบัดความเดือดร้อนของประชาชน ขั้นตอนการดำเนินการ
    
1. ให้จัดทำประมาณการรายละเอียดโครงการที่จะจ่ายขาดสะสม โดยระบุให้ชัดเจนว่า ดำเนินการเรื่องใด สถานที่ดำเนินการที่ใด วงเงินที่จะใช้เท่าใด เช่น ถนน กว้างเท่าใด สร้างที่หมู่บ้านตำบลใด จำนวนเงินเท่าใด พร้อมทั้งแนบแบบแปลน ( ถ้ามี ) รายละเอียดเช่นเดียวกับการตั้งงบประมาณ รายจ่ายประจำปีเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาอนุมัติ
    
2. นำรายละเอียดครบถ้วนโครงการดังกล่าวตามข้อ 1 เสนอให้สภาท้องถิ่นพิจารณาอนุมัติ
    
3. ยอดเงินที่จะจ่ายขาดเงินสะสมได้จะต้องเป็นยอดเงินสะสมที่เหลือ หลังจากที่ได้มีการกันเงินไว้ตามระเบียบ ฯ แล้ว คือ กันเป็นเงินสำรองจ่ายเป็นเงินเดือน ค่าจ้างตอบแทน ไม่น้อยกว่าระยะเวลาที่เหลือแต่ทั้งนี้ต้องไม่น้อยกว่า 3 เดือน และอีกร้อยละ 25 ของยอดเงินสะสมคงเหลือเพื่อสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินอื่น ฯ
     
ตัวอย่าง
    
เงินสะสมคงเหลือ                 100 บาท
     หัก สำรองจ่ายเป็นเงินเดือนค่าจ้าง
     
ค่าตอบแทน                           60 บาท
     ( กรณีจ่ายเงินเดือน ม.ค. จะต้องกันถึง 9 เดือน )  40 บาท 
     
หัก ร้อยละ 25 ของ 40       10 บาท
     เงินสะสมที่จะจ่ายขาดได้     30 บาท 
    
 4. นอกจากนั้น จะต้องตรวจสอบดูก่อนว่าได้มีการส่งสมทบทุน ส่งเสริมกิจการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นปีนั้นหรือไม่ หากยังไม่ได้ส่งเงินสมทบ จะต้องกันยอดเงินที่ จะสมทบออกก่อนจึงจะจ่ายขาดเงินสะสมได้
    
5. เมื่อสภาท้องถิ่นอนุมัติให้จ่ายขาดเงินสะสม แล้วให้ดำเนินการตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการพัสดุได้เล ย 
    
6. เมื่อดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างเสร็จเรียบร้อยแล้วให้วางฎีกาเบิก เงินสะสม โดยใช้ฎีกาเงินนอกงบประมาณและให้มีสำเนารายงาน การประชุมสภาท้องถิ่น ประกอบฎีกาเพิ่มเติมนอกเหนือจากเอกสารประกอบฎีกาตามปกติ
     
  การตรวจเงิน 
           วิธีการ / ขั้นตอนการปฎิบัติ
         การตรวจเงินของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีแนวทางดังนี้
    
1. ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดให้มีการตรวจสอบจำนวนเงิน ที่เจ้าหน้าที่ จัดเก็บและนำส่งพร้อมกับหลักฐาน และรายการที่บันทึกไว้ในบันชีเงินสด / บัญชีเงินฝากธนาคาร หากถูกต้องให้ (ตรวจสอบแสดงยอดรวมเงินรับทั้งสิ้น ตามใบเสร็จรับเงินทุกฉบับสุดท้าย และลงลายมือกำกับ
   
 2. ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดทำบัญชีทะเบียนราบรับรายจ่ายตาม ที่กรมการปกครองกำหนด
    
3. ให้หัวหน้าหน่วยงานคลังทำรายงานแสดงรายรับรายจ่าย และงบทดลองเป็นรายเดือนเสนอปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อน ำเสนอผู้บริหารท้องถิ่น
   
4. ให้หัวหน้าหน่วยงานคลังจัดทำงบแสดงฐานะการเงินและงบอื่น ๆ ตามแบบที่กรมการปกครองกำหนด เพื่อส่งให้ สตง. ภูมิภาคตรวจสอบภายใน 90 วัน นับแต่วันสิ้นปี
   
5. ผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือปลัดกระทรวงมหาดไทย อาจให้ผู้เชี่ยวชาญบัญชีทำการตรวจสอบบัญชีการเงินของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นการภายในได้ สำหรับองค์กรการบริหารส่วนตำบล ให้นายอำเภอดำเนินการดังกล่าวได้เช่นเดียวกัน 
  
 6. กรณีที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้รับข้อทักท้วง จากสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน และได้ชี้แจงข้อทักท้วงดังกล่าว ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นชี้แจงเหตุผล และรายงานให้ผู้ว่าราชการจังหวัดวินิฉัยภายใน 15 วันที่ได้รับคำยืนยันจากสำนักงานตรวจแผ่นดิน
       
  การยกเว้น การปฏิบัติตามระเบียบ ฯ 
               วิธีการ / ขั้นตอนการปฎิบัติ
       กรณีไม่สามารถปฏิบัติตามระเบียบ ฯ ได้ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้มอบอำนาจการยกเว้นการปฏิบัติตาม  ระเบียบ ฯ
ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดตามคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 393 / 2541 ลงวันที่ 19 สิงหาคม 2541  

 

 

 

 

 

    ทำรายการเมื่อ: 29-สค.-07at 06:44
 

 

องค์การบริหารส่วนตำบลสามเรือน 42/2 หมู่ 4 ตำบลสามเรือน  อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย  64120
โทร : 056-682601 Email : samruan_6212@hotmail.com
Copyright 2013.samruan.go.th All rights reserved. Powered by IPN Engineer co.,LTD.